คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จัดกิจกรรมโดยให้นักเรียน นักศึกษา และบุคลากร มนร. ทุกเพศ ทุกวัย
มาส่งต่อเรื่องราวความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านเลนส์กล้องของคุณ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายบุคคล ทิวทัศน์ หรือประเพณี ให้ภาพเล่าเรื่องความผูกพันที่งดงาม ระหว่างวันที่ 20 พ.ย. 68 – 10 ม.ค. 69 เพื่อเผยแพร่และจัดนิทรรศการภาพถ่าย ในวันสถาปนามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ครั้งที่ 21 วันที่ 9 – 13 กุมภาพันธ์ 2569 และได้ผลการประกวดภาพถ่ายดังนี้

🔹รางวัลชนะเลิศ ประเภทนักเรียน/นักศึกษา
ชื่อภาพ “รอยยิ้มเหนือคลื่นลม” ความสุขที่เรียบง่ายใน อ้อมกอดแห่งมาตุภูมิภายใต้ริ้วรอยบนใบหน้าที่ผ่านการเผชิญแสงแดดและสายลมมาทั้งชีวิต คือรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดซึ่งเงินทองไม่อาจซื้อหาได้รอยยิ้มของชายชราบนเรือประมงลำน้อยลำนี้ไม่ได้เล่าเพียงเรื่องการทำมาหากิน แต่เล่าถึงความภาคภูมิใจในรากเหง้า และความสุขที่ได้หยัดยืนบนวิถีชีวิตดั้งเดิม ท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว นี่คือความงดงามที่เกิดจากการยอมรับและพอใจในสิ่งที่ตนเป็น เป็นความสุขที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังซึ่งหล่อเลี้ยงหัวใจของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงสว่างไสวเสมอมา
สถานที่ ชุมชนบาเละฮิเล จังหวัดนราธิวาส
ถ่ายภาพโดย ปวริศ วาหะรักษ์
🔹รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทนักเรียน/นักศึกษา
ชื่อภาพ “สันติภาพกลางศรัทธา” ความสงบที่เบ่งบานในพื้นที่แห่งพหุวัฒนธรรมจังหวะการโผบินอย่างอิสระของฝูงนกพิราบหน้าศาลหลักเมือง เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสันติภาพและความสุข ที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในใจของผู้คนทุกความเชื่อ ภาพนี้สื่อถึงการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวเหนือดินแดนพหุวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่ซึ่งความแตกต่างไม่ใช่กำแพงขวางกั้นแต่คือความงดงามที่ประสานสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวทุกปีกที่ขยับโผบินและทุกลมหายใจ ของเมืองแห่งนี้ คือภาพจำลองของความหวังที่ร้อยเรียงศรัทธาเข้าไว้ด้วยกันอย่างสงบสุขและยั่งยืน
สถานที่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดยะลา
ถ่ายภาพโดย ปวริศ วาหะรักษ์
🔹รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทนักเรียน/นักศึกษา
รอยยิ้มที่แสดงออกถึงความจริงใจ ความสดใสและความสุขล้นออกมาจากรูปภาพ หวังว่าผู้ที่ได้เห็นภาพนี้จะรู้สึกเหมือนกัน สมัยก่อนบ้านเรามีรถยนต์นับคันได้ เวลาออกไปค้าขายที่ตลาดในเมืองที่ชาวบ้านก็จะรวมตัวกันเหมาตู้รถคันหนึ่งไป แล้วก็จะเอา ตะกร้า เข่ง ใส่ผลไม้ทางการเกษตรแล้วแต่ตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยจีน ไทยพุทธ หรือไทยมุสลิมเราสามารถอยู่ร่วมกันได้ อย่างมีความสุข ความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เราเห็นแล้ว เนื่องจากแทบจะทุกบ้าน มีรถยนต์ใช้ แต่ก็เป็นที่น่ายินดีที่สิ่งเหล่านี้ยังคงถูกถ่ายทอดให้ลูกหลานได้รับทราบกัน
สถานที่ บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส งานของดีเมืองนรา พุทธศักราช 2518
ถ่ายภาพโดย วาซินีย์ สารี

🔹รางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคลากร
ภาพถ่าย “งดงามในความต่าง”บรรยากาศยามพลบค่ำ และธรรมชาติที่เงียบสงบ แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมกับภาพของเรือพายลำน้อย ที่จอดพักพิงอยู่ริมฝั่งเคียงข้างเสาไม้เก่าๆ เป็นเหมือนตัวแทนของวิถีชีวิตที่อิงแอบอยู่กับธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ของการพักผ่อนหลังจากตรากตรำมาตลอดวันที่แสดงถึงวิถีที่เรียบง่ายและยั่งยืนนั้น และรอคอยแสงแรกของวันใหม่เพื่อออกไปทำหน้าที่เลี้ยงปากท้อง เป็นภาพท่ามกลางผืนน้ำและขุนเขา มุมมองเล็กๆ ของอ่างเก็บน้ำพิกุลทองของจังหวัดนราธิวาส
สถานที่ อ่างเก็บน้ำพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส
ถ่ายภาพโดย ตรีญาดา ชุติมาภรณ์
🔹รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคลากร
ภาพนี้ถ่ายทอดวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชุมชนริมสายน้ำบางนราที่ดำเนินไปอย่างสงบ ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น เรือกอและ เดิมเป็นเรือประมงพื้นถิ่น ถูกประดับประดาด้วยลวดลายสีสันวิจิตรตั้งเด่น เป็นเรือที่จะถูกนำไปใช้ในการแข่งขันหน้าพระที่นั่ง สะท้อนถึงภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชาวมลายูภาคใต้ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุ เบื้องหลังมีศาลาไม้ ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนและใช้ชีวิตร่วมกันของผู้คน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ของการพักผ่อนหย่อนใจ ภาพทั้งหมดจึงสะท้อนความงดงามของวิถีชีวิตและความมีอัตลักษณ์ที่หล่อหลอมและสืบทอดกันมาท่ามกลางความหลากหลายที่สวยงาม
สถานที่ หาดนราทัศน์ จังหวัดนราธิวาส
ถ่ายภาพโดย ณัฐวุฒิ ตัดสายชล
🔹 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทบุคลากร
บนถนนสายเดียวกัน ความเชื่อ วิถีชีวิตและการศรัทธาที่หลากหลายดำเนินไปพร้อมกัน วัด ชุมชนและผู้คน สะท้อนการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างอย่างงดงามพหุวัฒนธรรมจึงไม่ใช่แค่ความหลากหลายแต่คือการเคารพและเข้าใจกันในทุกวัน
สถานที่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
ถ่ายภาพโดย อิซยาน จี้เกษม

🔹รางวัลชมเชย ประเภทบุคลากร
สะพานโต๊ะกูแช (สะพานแม่หวาด) ทอดผ่านสายน้ำท่ามกลางขุนเขาและผืนป่า เปรียบเสมือนเส้นทางที่เชื่อมโยง ธรรมชาติวิถีชีวิตและวัฒนธรรม
สถานที่: สะพานโต๊ะกูแช (สะพานแม่หวาด) อำเภอธารโต จังหวัดยะลาถ่ายภาพโดย: ซูฮัยลา มามะ
🔹รางวัลชมเชย ประเภทบุคลากร
ท่าเรือกอและลอยอยู่บนผืนน้ำท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมมนุษย์สร้างขึ้นกับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติแม้สีสันและลวดลายของเรือจะแตกต่างจากบริบทโดยรอบแต่กลับสร้างความสมดุลย์และความงดงามแสดงให้เห็นถึงแนวคิด “งดงามในความต่าง” ผ่านการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของธรรมชาติและอัตลักษณ์ท้องถิ่น
สถานที่: หาดนราทัศน์ จังหวัดนราธิวาส
ถ่ายภาพโดย: อายูรา บูรณสุวรรณ
🔹รางวัลชมเชย ประเภทบุคลากร
ภาพนี้สะท้อนถึงความงดงามท่ามกลางความต่างทางความเชื่อภายในศาสนสถานที่ตกแต่งด้วยศิลปะจีนที่เชื่อมโยงกับความเชื่อได้อย่างงดงามผู้คนจากหลายหลายภูมิหลังและวิถีชีวิตยืนเรียงเคียงกันอย่างสงบกลมกลืน ศึกษา เปิดใจ ยอมรับเคารพในความต่างของกันและกันความแตกต่างทางความเชื่อหลอมรวมด้วยท่าทีที่เปิดใจ พร้อมเรียนรู้ซึ่งกันและกันแสงสองลงมาดุจสัญลักษณ์แห่งความหวังและการอยู่ร่วมกันอย่างงดงาม
สถานที่: ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ จังหวัดนราธิวาส
ถ่ายภาพโดย: ณัฐวุฒิ ตัดสายชล

🔹 รางวัลชมเชย ประเภทนักเรียน/นักศึกษา
นี่คือภาพชินตาของผู้คนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ บ้านทอน จังหวัดนราธิวาส ทุกเช้าตรู่ชาวประมงออกเดินทางสู่ทะเลอันกว้าง ไม่ใช่เพียงเพื่อจับปลา แต่เพื่อสานต่อชีวิต ความหวัง และความรับผิดชอบต่อครอบครัว ภาพนี้อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่คือเรื่องราวยาวนานของวิถีชีวิตที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย และไม่เคยหยุดหายใจ0
สถานที่: ทะเลบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส
ถ่ายภาพโดย: อนาตี เจะหะ
🔹 รางวัลชมเชย ประเภทนักเรียน/นักศึกษา
ชื่อภาพ ถักทอกาลเวลารอยชุนแห่งความอาทรที่เชื่อมโยงทุกความต่างในมุมเล็กๆ ของร้านซ่อมรองเท้าคุณยายกำลังบรรจงซ่อมแซมรองเท้าวิ่งยุคใหม่ด้วยความใส่ใจ เป็นภาพการบรรจบกันของสองโลกระหว่างคนรุ่นเก่าที่เห็นคุณค่าของ “การซ่อมแซม” กับคนรุ่นใหม่ที่มุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วความงดงามนี้ไม่ได้อยู่ที่รองเท้าคู่ใหม่แต่คือการถนอมสิ่งที่มีอยู่ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เปรียบเสมือนความเมตตาที่คนต่างวัยและต่างวัฒนธรรมมีให้แก่กัน กลายเป็นสายใยที่ถักทอให้สังคมยังคงงดงามและแน่นแฟ้น ซึ่งหล่อเลี้ยงหัวใจของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงสว่างไสวเสมอมา
สถานที่: ย่านสายกลาง จังหวัดยะลา
ภาพถ่ายโดย: ปวริศ วาหะรักษ์
🔹 รางวัลชมเชย ประเภทนักเรียน/นักศึกษา
มัสยิดกรือเซะสร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 21 ตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยา ในยุคที่อาณาจักรปัตตานีมีความรุ่งเรืองจากการเป็นเมืองท่าสำคัญ แม้จะผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบและร่องรอยทางประวัติศาสตร์มากมาย แต่มัสยิดกรือเซะยังคงเป็นสถานที่ที่ประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมในพื้นที่จนถึงปัจจุบัน และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทุกศาสนาเดินทางมาเยี่ยมชมเพื่อสัมผัสถึงความงามและมนต์ขลังของอดีต
สถานที่: มัสยิดกลางปัตตานี จังหวัดปัตตานี
ถ่ายภาพโดย: ซูเฟียน เจ๊ะมิ



